ภาษาไทย
  หน้าแรก     สินค้า     เกี่ยวกับเรา     บทความ     วิธีการชําระเงิน     ติดต่อเรา  
เข้าสู่ระบบ!!      
ค้นหา:
สถิติของเวบไซต์

เปิดเวบเมื่อ 20/08/2552
ปรับปรุงเวบเมื่อ 15/04/2562
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 4812
หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (4812)
 นวนิยาย
 หนังสือแปล/วรรณกรรมแปล
 หนังสือเด็ก
 หนังสือฝึกภาษา
 หนังสือภาษาต่างประเทศ
 จิตวิทยา / ปรัชญา / จิตวิญญาน
 ประวัติศาสตร์/โบราณคดี/ชีวประวัติ/สารคดี
 สืบสวน/สอบสวน/ฆาตกรรม/ลึกลับ
 คู่มือความรู้ทั่วไป/อาหารการกิน
 โหราศาสตร์
 เบ็ดเตล็ด/ปกิณกะ
 สารคดี/ ท่องเที่ยว
 วรรณกรรมเยาวชน
 สุขภาพ
 Scholastic-หนังสือต่างประเทศ
 หนังสือมือสอง
 หนังสือมือสอง(สภาพใหม่)
 หนังสือพระราชนิพนธ์
 พุทธศาสนา
 หนังสือ-ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช
 USBORNE children book
 Text Book
 สามก๊ก
 หนังสือชุดแนะนำ
 หนังสือมือสองมาใหม่

บริการของร้านค้า
หน้าแรก
สินค้า
เว็บบอร์ด
เกี่ยวกับเรา
บทความ
วิธีการชําระเงิน
ติดต่อเรา
แจ้งการชำระเงิน
จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ

เว็บลิงค์
ช้อปปิ้งมอลล์ใหญ่ที่สุดในไทย
อาณาจักรของมือสอง
ประมูลสินค้าออนไลน์
ตลาดค้าส่งสินค้า
หางาน-หาคน ฟรี.!
ฟรี.! เว็บไซต์สำเร็จรูป
ระบบชำระเงินออนไลน์
ความรู้เกี่ยวกับ E-commerce
ตลาดสินค้าแฟชั่น
จดโดเมน
โฮสติ้ง ฝากเว็บไซต์
เล่นเกมส์ออนไลน์ ฟรี.!
ฝากไฟล์ อัพโหลด
สร้าง Blog ของตัวเอง ฟรี.!
พิกโพสต์ ประกวดภาพ




ร้าน book2t   ศูนย์รวมหนังสือนวนิยายออนไลน์ทั้งหนังสือแต่ง- แปล ทั้งในและต่างประเทศ

ยอดขายติดอันดับ"นวนิยายขายดี" รวมทั้ง หนังสือต่างประเทศเนื้อหาดีๆจากสำนักพิมพ์ Scholastic

โทร.สั่งซื้อโดยตรง: ตุ๊ก 086-332-0515   ********    ดูรายละเอียดเพิ่มเติมด้านล่างค่ะ

รายละเอียดสินค้า/บริการ
สินค้า/บริการ >> หนังสือแปล/วรรณกรรมแปล >> สันสกฤต >> นูจู๊ด หนูจะหย่า Moi Nujoud, 10 ans divorce /sk

นูจู๊ด หนูจะหย่า Moi Nujoud, 10 ans divorce /sk - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่
นูจู๊ด หนูจะหย่า Moi Nujoud, 10 ans divorce /sk






  Tell a Friend

นูจู๊ด หนูจะหย่า Moi Nujoud, 10 ans divorce /sk

รหัสสินค้า: 003341
ราคาปกติ 320.00 บาท
ราคาพิเศษ 288.00 บาท
ประหยัด 32.00 บาท
รายละเอียด:

ชื่อเรื่อง  นูจู๊ด หนูจะหย่า Moi Nujoud, 10 ans divorce

ผู้แต่ง : เดลฟีน มีนุย และ นูจู๊ด อาลี
ผู้แปล : วิภาดา กิตติโกวิท

เรื่องย่อ

นูจู๊ด เด็กหญิงชาวเยเมนวัย 10 ขวบ ถูกพ่อจับแต่งงาน ลุกขึ้นมาฟ้องพ่อตัวเองต่อศาลเพื่อขออิสรภาพให้แก่ตัวเธอ จนเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลก ถึงขนาดได้รับรางวัลสตรีแห่งปี 2009 

 

ทดลองอ่าน


          2 เมษายน 2008  ฉันรู้สึกมึนงง ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเห็นคนมากมายขนาดนี้ คนกลุ่มใหญ่ออกันอยู่เต็มลานหน้าอาคารใหญ่ของศาล  มีผู้ชายใส่สูทผูกไท   หนีบแฟ้มเอกสารสีเหลืองเป็นปึกไว้ใต้แขน บางคนสวมซานนา       เสื้อตัวยาวที่สวมใส่กันมาแต่โบราณในหมู่บ้านทางเหนือของเยเมน  มีกลุ่มผู้หญิงที่ทั้งร้องตะโกนและร้องไห้กันจนฟังไม่ได้ศัพท์ ฉันอยากเห็นปากพวกเธอ เพื่อดูว่าพวกเธอพูดอะไรกัน แต่นีคาบ6 ที่คลุมทั้งศีรษะทั้งใบหน้าลงไปคลุมทับเสื้อชุดยาวสีดำกรอมเท้านั้นทำให้เห็นได้เพียงดวงตากลมโต ซึ่งดูเหมือนระเบิดที่พร้อมจะระเบิด พวกเธอมีท่าทางโกรธขึ้ง ราวกับบ้านตัวเองเพิ่งถูกพายุทำลายไป ฉันเงี่ยหูฟัง

            จากเสียงพูดเสียงร้องที่ได้ยิน  ฉันจับคำพูดบางคำได้  "คุ้มครองเด็ก"     "ความยุติธรรม"      "สิทธิมนุษยชน"... ฉันไม่เข้าใจความหมายของคำเหล่านี้นัก  ข้างๆ  ฉันเป็นคนร่างยักษ์อกผายไหล่ผึ่ง  มีผ้าเทอร์บันโพกศีรษะ        มือถือถุงพลาสติกที่เต็มไปด้วยเอกสาร พูดกับคนที่ฟังเขาว่า เขากำลังพยายามจะเอาที่ดินที่ถูกขโมยไปคืนมา  โอ๊ะ!เขาเกือบชนฉันเข้าอย่างจัง     เพราะเที่ยววิ่งไปวิ่งมาเหมือนกระต่ายที่วิ่งสุดชีวิตด้วยความตกใจ

            มันสับสนวุ่นวายมาก!ทำให้ฉันคิดถึงจัตุรัสอัล-คา ใจกลางเมืองซานา ที่คนว่างงานไปรวมกันอยู่ ซึ่ง อาบา - พ่อ - พูดถึงเสมอ ทุกคนจะพยายามไปกันตั้งแต่เช้าเมื่อฟ้าเริ่มสาง จนถึงหลัง อาซาน - เสียงเรียกให้ไปทำละหมาด - ตอนเช้ามืด เพื่อจะได้เป็นคนแรกที่ได้งานทำ  คนจนนั้นอดอยากหิวโหยจนใจแข็งเป็นหิน ไม่มีเวลาที่จะมามัวสงสารคนอื่น  แต่ฉันก็ยังอยากให้มีใครสักคน จูงมือและมองฉันด้วยสายตาที่ใส่ใจ     จะไม่มีใครสักคนฟังฉันสักครั้งเชียวหรือ?  ทว่า ในความเป็นจริง ฉันเหมือนล่องหน ไม่มีใครเห็น ฉันตัวเล็กเกินไป สูงแค่เอวพวกเขา อายุเพียงสิบปี หรืออาจจะน้อยกว่านั้น ใครจะรู้?

            ภาพของศาลที่ฉันนึกไว้นั้นต่างไปอีกแบบ ฉันคิดว่าศาลต้องเป็นสถานที่อันเงียบสงบ เป็นระเบียบเรียบร้อย เป็นสถานที่ซึ่งความดีเอาชนะความชั่ว ที่ซึ่งเราจะสามารถแก้ปัญหาทุกอย่างในโลกได้     ฉันเคยเห็นศาลในโทรทัศน์ของเพื่อนบ้าน เห็นผู้พิพากษาที่สวมชุดยาว เห็นว่าพวกเขาสามารถช่วยคนที่ต้องการความช่วยเหลือ  ฉันจึงจำเป็นต้องหาผู้พิพากษาสักคน เพื่อเล่าเรื่องของตัวเองให้เขาฟัง  ฉันรู้สึกเหนื่อย ร้อนอยู่ใต้ผ้าคลุมหน้า รู้สึกอายและปวดหัว  แล้วฉันจะมีแรงพอที่จะไปต่อหรือไม่หนอ? ...มี  ไม่มี อาจจะ...  บอกตัวเองว่า   ถึงอย่างไรก็สายเกินกว่าจะหันหลังกลับ มาได้ครึ่งทางแล้ว สิ่งที่ยากที่สุดได้ผ่านพ้นไปแล้ว มีแต่ต้องเดินหน้าเท่านั้น

เมื่อออกจากบ้านพ่อแม่มาตอนเช้า ฉันสาบานกับตัวเองไว้ว่า จะไม่กลับไปเหยียบที่นั่นอีก ถ้ายังไม่ได้สิ่งที่ต้องการ ตอนนี้เวลาสิบโมงตรง

            "ไปซื้อขนมปังสำหรับมื้อเช้า" แม่พูดขณะส่งเงินให้ 150 ริยาล7

            ฉันเกล้าผมยาวสีน้ำตาลไว้ใต้ผ้าคลุมผมสีดำ แล้วสวมชุดคลุมสีดำสำหรับใส่ออกนอกบ้าน   แบบที่หญิงชาวเยเมนสวมใส่กัน เมื่อจะออกไปเดินบนถนน  ฉันเดินตัวสั่นไปเป็นระยะทางสั้นๆ  ขึ้นรถมินิบัสที่แล่นผ่านถนนหลวงซึ่งวิ่งเข้าใจกลางเมือง ลงรถเมื่อถึงปลายทาง     พยายามข่มความกลัวและก้าวขึ้นรถแท็กซี่สีเหลืองเพียงลำพัง เป็นครั้งแรกในชีวิต

การรอคอยในลานนั้นเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด ฉันต้องไปพูดกับใคร?  ทันใดนั้นฉันก็เห็นสายตาหลายคู่ท่ามกลางฝูงชนมองมาที่ฉันอย่างไม่คาดคิด ตรงนั้น ข้างบันไดที่เป็นทางขึ้นไปยังประตูทางเข้าของอาคารซีเมนต์หลังใหญ่สีน้ำตาลนั้น มีเด็กชายสามคนสวมรองเท้าแตะพลาสติก กำลังจ้องมองฉันหัวจรดเท้า แก้มดำมอมแมมของพวกเขา     ทำให้ฉันคิดถึงน้องชาย

            "ชั่งน้ำหนักสิบริยาล!"      เด็กคนหนึ่งยื่นเครื่องชั่งน้ำหนักเก่าๆ โทรมๆ มา

            "น้ำชาแก้คอแห้งหน่อยไหม?" เด็กอีกคนยื่นตะกร้าที่มีถ้วยน้ำชาควันฉุยวางเรียงอยู่มา

            "น้ำแครอตคั้นสดๆ ไหม?" เด็กคนที่สามชวนพลางส่งยิ้มหวานให้ พลางยื่นมือขวามาด้วย หวังว่าจะหาเงินได้สักเล็กน้อย

            ไม่ล่ะ ฉันไม่หิว ทั้งไม่เคยอยากรู้ว่า     ตัวเองหนักเท่าใดด้วย!หากเพียงแต่พวกเขารู้ถึงเหตุที่ทำให้ฉันมาที่นี่...

            ฉันเงยหน้าขึ้นมองผู้ใหญ่ที่ชุลมุนอยู่รอบตัวอีกครั้งด้วยความรู้สึกอ้างว้างไร้ที่พึ่ง     ผู้หญิงดูเหมือนกันไปหมดภายใต้ชุดคลุมยาว เงาดำทำให้น่ากลัวมากกว่าน่าดู   นี่ฉันพาตัวเองมาสู่ความบ้าคลั่งอันใดเล่า?  อ้อ ตรงนั้น ฉันเห็นชายคนหนึ่งสวมเสื้อสีขาวกับสูทสีดำ กำลังเดินมาทางฉัน บางทีอาจเป็นผู้พิพากษา... หรือทนายความ   ช่างเถอะ จะอย่างไรก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ต้องลองดู

            "ขอโทษค่ะท่าน หนูอยากพบผู้พิพากษา"

            "ผู้พิพากษาหรือ? อยู่ข้างในโน่น บนโน้น หลังบันได" เขาตอบ แทบไม่มองหน้าฉันด้วยซ้ำ  ก่อนที่จะหายไปท่ามกลางฝูงชน

            ฉันไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องเผชิญกับมัน  บันไดตรงหน้านี้ คือโอกาสเดียวและโอกาสสุดท้ายที่ฉันจะได้ขอความช่วยเหลือ  ฉันรู้สึกว่าตัวเองสกปรก เมื่อต้องปีนบันไดนั้นขึ้นไปทีละขั้น       เพื่อเผชิญหน้ากับเรื่องราวของตัวเอง  ฉันเดินฝ่าคลื่นมนุษย์ ที่ราวกับขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเดินไปยังโถงทางเข้าอันกว้างใหญ่  ฉันเกือบตกบันได รีบคว้าราวไว้ได้ทัน      นัยน์ตาแห้งจากการร้องไห้มามากเกินไปและร้องไม่ออกอีกแล้ว รู้สึกเท้าหนักขณะก้าวไป ในที่สุดก็ได้ขึ้นไปเหยียบบนชานหินอ่อน ฉันต้องไม่ล้มครืนลงในตอนนี้

            บนผนังสีขาวเหมือนผนังโรงพยาบาลนั้น   ฉันเห็นแผ่นป้ายภาษาอาหรับ แต่แม้จะพยายามสุดความสามารถแล้วก็อ่านไม่ออก       ฉันถูกบังคับให้ออกจากโรงเรียนตอนเรียนอยู่ชั้นประถมปีที่สอง  ก่อนที่ชีวิตจะกลายเป็นฝันร้าย นอกจากชื่อนูจู๊ดของตัวเอง  ฉันแทบเขียนอะไรไม่ได้  ฉันรู้สึกอายและขัดเขิน  ในที่สุดสายตาก็ไปหยุดที่ชายกลุ่มหนึ่งในเครื่องแบบสีเขียวมะกอก สวมหมวกแก๊ป   คงต้องเป็นตำรวจแน่นอน หรือว่าทหาร?  คนหนึ่งสะพายปืนอากาด้วย

            ฉันกลัวจนตัวสั่น ถ้าพวกเขาเห็นฉัน อาจจะจับฉันไป เพราะเด็กหญิงตัวเล็กๆ หนีออกจากบ้านนั้น เป็นเรื่องที่ทำไม่ได้  ฉันค่อยๆ  เดินตัวสั่นไปหาหญิงที่คลุมร่างมิดชิดคนแรกที่เดินผ่านฉันไป หวังว่าจะดึงดูดความสนใจของคนแปลกหน้าที่ซุกซ่อนอยู่ข้างในนั้น  "ไปเถอะ นูจู๊ด!"     เสียงเล็กๆ ในตัวฉันบอก "จริงอยู่ เจ้าเป็นเด็กผู้หญิง แต่เจ้าก็เป็นผู้หญิงด้วย มันเป็นความจริง แม้เจ้าจะยังไม่อยากยอมรับมันก็ตาม"

            "หนูอยากพูดกับผู้พิพากษาค่ะ!"

            ดวงตากลมโตที่ล้อมด้วยขอบตาสีดำคู่นั้น จ้องฉันด้วยแววตาแปลกใจ หญิงผู้นั้นยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าฉันเหมือนไม่เข้าใจ

            "อะไรนะ?"

            "หนูอยากพูดกับผู้พิพากษาค่ะ!"

            เธอจะไม่สนใจฉันเหมือนคนอื่นๆ หรือไม่?

            "หนูจะหาผู้พิพากษาคนไหนล่ะ?"

            "หนูอยากพูดกับผู้พิพากษาสักคนแค่นั้นเอง!"

            "แต่ในศาลนี้มีผู้พิพากษามากมาย..."

            "พาหนูไปหาผู้พิพากษาสักคน คนไหนก็ได้ค่ะ!"

            เธอเงียบไป คงประหลาดใจกับความตั้งใจของฉัน หรืออาจเป็นเพราะเสียงร้องแหลมเล็กของฉัน  ที่ทำให้เธอนิ่งอึ้งไป

            ฉันเป็นชาวบ้านธรรมดา   ที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวง  ฉันเชื่อฟังคำสั่งของผู้ชายในครอบครัวเสมอ แต่ไหนแต่ไรมา ฉันเคยแต่ตอบทุกคำถามหรือทุกคำสั่งว่า "ได้"  แต่วันนี้  ฉันตัดสินใจจะตอบว่า "ไม่"       ภายในของฉันถูกทำให้สกปรก เหมือนมีคนขโมยส่วนหนึ่งในตัวฉันไป  ถึงตอนนี้ ไม่มีใครมีสิทธิ์มาห้ามฉันไม่ให้ร้องขอความเป็นธรรม      นี่คือโอกาสสุดท้ายของฉัน และฉันจะไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ     แววตาแปลกใจที่ดูเย็นเยียบ      เหมือนหินอ่อนของห้องโถงใหญ่ที่สะท้อนเสียงร้องของฉันอย่างประหลาดนี้    จึงไม่อาจทำให้ฉันเงียบได้  เที่ยงวันผ่านไปแล้ว เป็นเวลากว่าสามชั่วโมงที่ฉันเดินเตร่อย่างไร้ความหวังในวังวนของศาลแห่งนี้      ฉันต้องการพบผู้พิพากษา!

            "ตามฉันมา!" เธอพูดขึ้นในที่สุด โบกมือให้ฉันเดินตามไป

หน้าแรก  |  สินค้า  |  เกี่ยวกับเรา  |  บทความ  |  วิธีการชําระเงิน  |  ติดต่อเรา  |  Sitemap
© 2001- . TARAD.com. All Rights Reserved.
//