ภาษาไทย
  หน้าแรก     สินค้า     เกี่ยวกับเรา     บทความ     วิธีการชําระเงิน     ติดต่อเรา  
เข้าสู่ระบบ!!      
ค้นหา:
สถิติของเวบไซต์

เปิดเวบเมื่อ 20/08/2552
ปรับปรุงเวบเมื่อ 15/04/2562
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 4812
หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (4812)
 นวนิยาย
 หนังสือแปล/วรรณกรรมแปล
 หนังสือเด็ก
 หนังสือฝึกภาษา
 หนังสือภาษาต่างประเทศ
 จิตวิทยา / ปรัชญา / จิตวิญญาน
 ประวัติศาสตร์/โบราณคดี/ชีวประวัติ/สารคดี
 สืบสวน/สอบสวน/ฆาตกรรม/ลึกลับ
 คู่มือความรู้ทั่วไป/อาหารการกิน
 โหราศาสตร์
 เบ็ดเตล็ด/ปกิณกะ
 สารคดี/ ท่องเที่ยว
 วรรณกรรมเยาวชน
 สุขภาพ
 Scholastic-หนังสือต่างประเทศ
 หนังสือมือสอง
 หนังสือมือสอง(สภาพใหม่)
 หนังสือพระราชนิพนธ์
 พุทธศาสนา
 หนังสือ-ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช
 USBORNE children book
 Text Book
 สามก๊ก
 หนังสือชุดแนะนำ
 หนังสือมือสองมาใหม่

บริการของร้านค้า
หน้าแรก
สินค้า
เว็บบอร์ด
เกี่ยวกับเรา
บทความ
วิธีการชําระเงิน
ติดต่อเรา
แจ้งการชำระเงิน
จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ

เว็บลิงค์
ช้อปปิ้งมอลล์ใหญ่ที่สุดในไทย
อาณาจักรของมือสอง
ประมูลสินค้าออนไลน์
ตลาดค้าส่งสินค้า
หางาน-หาคน ฟรี.!
ฟรี.! เว็บไซต์สำเร็จรูป
ระบบชำระเงินออนไลน์
ความรู้เกี่ยวกับ E-commerce
ตลาดสินค้าแฟชั่น
จดโดเมน
โฮสติ้ง ฝากเว็บไซต์
เล่นเกมส์ออนไลน์ ฟรี.!
ฝากไฟล์ อัพโหลด
สร้าง Blog ของตัวเอง ฟรี.!
พิกโพสต์ ประกวดภาพ




ร้าน book2t   ศูนย์รวมหนังสือนวนิยายออนไลน์ทั้งหนังสือแต่ง- แปล ทั้งในและต่างประเทศ

ยอดขายติดอันดับ"นวนิยายขายดี" รวมทั้ง หนังสือต่างประเทศเนื้อหาดีๆจากสำนักพิมพ์ Scholastic

โทร.สั่งซื้อโดยตรง: ตุ๊ก 086-332-0515   ********    ดูรายละเอียดเพิ่มเติมด้านล่างค่ะ

รายละเอียดสินค้า/บริการ
สินค้า/บริการ >> หนังสือแปล/วรรณกรรมแปล >> สันสกฤต >> บันทึกลับตงเจินThe Private Papers of Eastern Jewel /sk

บันทึกลับตงเจินThe Private Papers of Eastern Jewel /sk - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่
บันทึกลับตงเจินThe Private Papers of Eastern Jewel /sk






  Tell a Friend

บันทึกลับตงเจินThe Private Papers of Eastern Jewel /sk

รหัสสินค้า: 003339
ราคาปกติ 350.00 บาท
ราคาพิเศษ 315.00 บาท
ประหยัด 35.00 บาท
รายละเอียด:

ชื่อเรื่อง  บันทึกลับตงเจินThe Private Papers of Eastern Jewel

ผู้แต่ง : โมรีน ลินด์ลีย์
ผู้แปล : วิภาดา กิตติโกวิท

เรื่องย่อ

อิงชีวิตจริงของเจ้าหญิงตงเจินแห่งราชวงศ์ชิง เลือดเนื้อเชื้อไขของชาวจีน แต่ชีวิตหันเหกลายเป็น “จารชน”ช่วยญี่ปุ่นบุกยึดครองจีนอันเป็นบ้านเกิดของตัวเอง

 

ทดลองอ่าน


            ปี ค.ศ. 1914 ฉันอายุแปดปี ถูกจับได้ตอนแอบดูพ่อ – เจ้าชายซู่ชินอ๋วง2กำลังร่วมรักกับสาวใช้อายุสิบสี่  เด็กสาวนัยน์ตาหวานฉ่ำ ริมฝีปากอวบอิ่มน่าตะลึง แม้ไร้รอยหยัก แต่ก็ได้รูปราวกลีบส้มแดงฉ่ำเปล่งปลั่งนุ่มนวล3

            ฉันแอบดูอยู่หลังฉากไม้แกะสลัก พ่อกำลังถอดรองเท้าผ้าไหมของเธอออก แล้วจับเท้าน้อยๆ จุ่มลงในถ้วยน้ำชาของเขา ก่อนจะดื่มน้ำชานั้นเข้าไป เด็กสาวร่างเปลือยเปล่านั่งนิ่งไม่ไหวติงอยู่บนเบาะรองนั่งหนานุ่ม เรือนผมปราศจากหวีเสียบประดับแซมยาวสลวยเป็นมันวาวราวใบมะกอก ในพิธีกรรมแห่งกามารมณ์นี้    พ่อเอาถั่วอัลมอนด์หวานสอดระหว่างนิ้วเท้าเธอ  ใบหน้าพ่อก้มต่ำ ค่อยๆ แทะเล็มถั่วราวกับมันคือความเลิศรสที่สุดที่เขาเคยลิ้มลอง เด็กสาวยังคงนิ่งเงียบไร้สุ้มเสียง  แม้เมื่อเขาขึ้นทับทาบเรือนกายเธอ และส่งเสียงครางกระชั้นเมื่อบรรลุถึงที่สุดแห่งอารมณ์  กระทั่งทุกอย่างผ่านพ้น   เขาพลิกกายผละจากเรือนร่างเธอ เธอทอดถอนใจราวสุขสมเสียเต็มประดา  กระซิบอะไรบางอย่างข้างหูเขา เขายิ้มกริ่มด้วยความภาคภูมิใจ ครู่ต่อมา เธอจึงค่อยลุกขึ้น เตรียมชามน้ำอุ่นกรุ่นร่ำ แล้วบรรจงชำระคราบไคลตรงต้นขาให้เขา  จากนั้นเธอก็สอดเท้าเข้าไปในรองเท้าคู่เล็กราวตุ๊กตา แล้วผลุนผลันออกจากห้องไป ทั้งที่ยังไม่ทันติดกระดุมเสื้อคลุมตัวยาว

            ภายใต้รองเท้าผ้าไหมนุ่มกับผ้าที่พันห่อหุ้มเท้าคู่นั้น   เท้าของเด็กสาวคงเปื่อยเน่าและมีกลิ่นเหม็น  แต่กระนั้น  เท้าที่ถูกบีบอัดมัดเป็นรูปดอกบัวดังที่ปฏิบัติกันมา ก็ทำให้นายของเธอมีความสุขกับการได้ "ลิ้มรสดอกบัวทองไปพลาง ขณะพุ่งทวนหยกของเขาเข้าสู่เป้าประตูหยกของเธอ จนลุถึงชั่วยามแห่งหมู่เมฆทะมึน แล้วหยาดฝนก็พร่างพรม"     อย่างอื่นแทบไม่มีความหมาย การมอบความพึงพอใจให้ผู้เป็นนายนั้น  สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด

            ชะตากรรมกำหนดให้ฉันไม่มีวันได้แผ้วผ่านพิธีกรรมอะไรแบบนี้ อารมณ์เร่าร้อนที่คุโชนขึ้น เพียงเพราะได้เห็นเท้าเล็กๆ ราวเด็กน้อยนั้น พวกเราผู้หญิงชาวหมั่นหรือแมนจูไม่มีประเพณีการมัดเท้า จึงถือว่าเราโชคดี      เพราะชีวิตผู้หญิงจีนสมัยนั้นถูกควบคุมด้วยความบ้าของผู้ชายที่ถือว่าเป็นนายของพวกเธอ การมัดเท้าทำให้พวกเธอไปไหนๆ ได้ไม่ไกล เหมือนเป็ดในแอ่งน้ำที่อยู่ในบริเวณบ้าน  แต่สำหรับพวกเรา หญิงชาวหมั่น อย่างน้อยเราก็สามารถวิ่งหนีได้ด้วยเท้าโตๆ ของเรา

            ฉันชื่อตงเจิน เป็นเจ้าหญิงสมัยหมั่นชิง4เป็นเก๋อเก๋อสิบสี่5ของซู่ชินอ๋วงหนึ่งในราชนิกูลหลักแปดตระกูลของราชสำนักเก่าในปักกิ่ง  ฉันก็เหมือนพ่อ  ผู้สืบสายเลือดมาจากหนู่เอ่อฮาชื่อหวงตี้6   ผู้ก่อตั้งราชวงศ์ชิง    ฉันจึงเป็นลูกพี่ลูกน้องกับหวงตี้น้อยผู่อี๋7ถึงแม้ฉันจะมีชาติกำเนิดสูงส่ง ทว่าฉันเป็นหญิง จึงถูกบุรุษชาวหมั่นถือว่าต่ำต้อยด้อยค่าจนไม่น่าคำนึงถึง กระนั้น พฤติกรรมต่างๆ ของฉัน    กลับทำให้พวกเขาต้องนึกถึงฉันตลอดเวลา ฉันเชื่อเสมอว่า         ฉันมีความเท่าเทียมกับบรรดาพี่ชายน้องชายของฉัน       ฉันจึงมักทำให้พวกเขาโกรธเกรี้ยวที่ไม่ยอมก้มหัวให้ พี่ชายคนที่เก้าบอกว่า ชาติก่อนฉันต้องเป็นนักรบแน่ๆ

            เหยาเซ่อ-พิณหยก หล่อนเป็นพี่สาวคนที่สิบสามของฉันและเป็นลูกสาวของสนมคนที่สองของพ่อ เป็นคนจับฉันได้คาหนังคาเขาตอนฉันกำลังแอบดูพ่อ หล่อนเป็นคนขี้อิจฉาที่สุด  แม่ของฉันเป็นสตรีงามสง่า เป็นสนมคนที่สี่และอ่อนเยาว์ที่สุดของซู่ชินอ๋วง คาดว่าแม่น่าจะมีสายเลือดญี่ปุ่น และจัดเป็นผู้หญิงสวยอันดับสองในตำหนักของพ่อ รองจากชายาพ่อที่ได้รับเกียรติให้เป็นสาวงามอันดับหนึ่งไปตามธรรมเนียม แม่ได้นามว่า "วี่จวี๋"     อันเป็นชื่อส้มที่มีกลิ่นหอม      แม่มีใบหน้ารูปไข่อ่อนหวาน นัยน์ตาดำขลับ    ริมฝีปากระเรื่อราวกลีบกุหลาบ   ฟันซี่หน้าห่างกันเล็กน้อยดูมีเสน่ห์ยวนใจ     แม่ก็เหมือนสนมคนอื่นๆ ที่อ่อนน้อมเชื่อฟัง แต่บางคราวอาจเกิดคึกคักสนุกสนานจนผิดกาลเทศะไปบ้าง

            ภาพพ่อที่ฉันเห็นผ่านฉากสลักเสลานั่น          ตรึงฉันด้วยความเพลิดเพลินกระทั่งไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าพี่สิบสามที่กำลังเดินมา        หล่อนกระชากผมฉันพลางกรีดเสียงแหลม     "ฉันจับสายลับสัปดนได้แล้ว ยายหนอนบ่อนไส้ตัวเล็กๆ น่าขยะแขยง" เธอโวยวายลั่นจนคนทั้งบ้านวิ่งมาดู

            พ่อแทบคลั่งกับพฤติกรรมของฉัน  ท่านขังฉันไว้ในห้องแม่ แล้วเดินพล่านเป็นชั่วโมงระหว่างห้องโถงกับลานบ้านเรา พ่อเรียกแม่ไปว่ากล่าว สาธยายความผิดมากมายของฉัน แม่อับอายเหลือแสนและรู้สึกแย่เข้าไปใหญ่เมื่อโดนเย้ยหยันสมน้ำหน้าจากชายาและบรรดาสนมของพ่อ ฉันสาบานว่า สักวันฉันจะวางยานางพวกนั้นให้หมดเหี้ยน ตอนนั้นก็ทำได้แค่แก้แค้นในความฝันไปพลางๆ ฉันฝันให้เหยาเซ่อกลายเป็นนางพญางูเก็งกองที่ถูกปีศาจไล่ล่า และถูกจับเขมือบกินไปเสียเลย

            โชคดีของแม่ที่มีลูกชายให้พ่อแล้วคนหนึ่งคนคือ เซี่ยนหลี่ น้องชายฉัน ไม่เช่นนั้นแม่คงถูกอัปเปหิฐานที่ฉันทำให้พ่อหัวปั่นไปแล้ว    แม่ถูกตำหนิว่าเป็นผู้หญิงไม่ได้เรื่อง เลี้ยงลูกสาวได้เลวขนาดนี้  พ่อบอกว่ายอมไม่ได้กับการมีลูกสาวต่ำทรามถึงเพียงนี้     ช่างไม่มีความสำรวม ทำตัวไร้สกุลรุนชาติสิ้นดี

            "ตั้งแต่ตงเจินเกิดมา เนื้อตัวมีแต่เลือด จนหมอตำแยเลอะเทอะไปทั้งตัว เจ้าก็เอาแต่ตามใจจนมันเหลิงเอาไม่อยู่"    พ่อตำหนิแม่อย่างเย็นชา และขุดคุ้ยเรื่องให้แม่ฟังว่า ฉันเป็นคนไปยั่วยวนเป่า เด็กรับใช้ของเขา  จนเป่าต้องถูกเฆี่ยนตีและส่งไปอยู่กับนายคนใหม่ที่ใจร้าย แต่ความจริงคือ ฉันแค่ขอดู  "งู"  ในเป้ากางเกงของเป่า เพราะเขาชอบคุยโม้ว่ามันใหญ่ ฉันอยากพิสูจน์ว่าเขาโกหก ฉันเคยดูเคยจับของพี่น้องมาแล้วอย่างน้อยก็สองคน ฉันไม่เชื่อว่าเด็กรับใช้จะมีของดีกว่า แต่ก็เป็นเพราะพี่สาวสิบสามอีกนั่นแหละที่ดัดหลังฉัน      มันช่างน่ารำคาญมากที่ต้องอยู่ในบ้านที่เต็มไปด้วยผู้หญิงที่ล้วนมีแต่ความอิจฉาริษยาและระทมขมขื่นกับชีวิตที่เล็กจ้อยไร้ความหมายของพวกตน

            แม่ตัวงอห่อลู่ยิ่งกว่าเดิมด้วยความอับอาย     แม่ซอยเท้าถี่ยิกเคียงติดไปกับพ่อที่กำลังเดือดดาล    พลางพึมพำพร่ำขอโทษแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน คราวนี้ฉันทำเกินไป แม่รู้ดีว่ามันมากเกินกว่าจะขอให้พ่อยกโทษให้ฉัน    สนมอื่นๆ มีลูกสาวที่ง่วนอยู่กับเรื่องของผู้หญิง     แต่ฉันกลับเป็นเด็กหญิงป่าเถื่อนไร้วัฒนธรรมที่แสดงความสนใจเรื่องเพศอย่างเปิดเผย    ทั้งยังร้ายกาจเจ้าพยศหนักถึงขั้นโง่เขลา  แม้แม่จะรักฉัน แต่ฉันก็เป็นความอัปยศและเป็นภาระหนักอกของแม่

            ผ่านไปหลายวัน ความโกรธของพ่อเบาบางลง แต่ฉันยังถูกกักบริเวณภายในเรือนพักของแม่ ไม่มีแม้แต่คนรับใช้เป็นเพื่อน   ด้วยความเบื่อและเหงาหงอย   ฉันจึงเริ่มหาเรื่องซุกซนอีก   ฉันกินลิ้นจี่อบแห้งหอมหวานของหวงของแม่จนหมดกล่อง  เอากระดาษชาดของมีค่าของแม่มาละเลงเล่นเสียป่นปี้ ทาหน้าตัวเองเป็นสีชมพูแปร๋นเหมือนดอกโบตั๋น  แล้วเต้นแร้งเต้นกาไปทั่วห้อง สุดท้ายเมื่อไม่มีอะไรทำ ฉันก็ส่งเสียงกรีดร้องสลับกับเตะประตูห้อง แต่ไม่สามารถเรียกความสนใจจากแม่ได้       ฉันจึงลงมือถักหางเปียเป็นสองเส้นแล้วเอามีดปอกผลไม้ที่ด้ามทำจากกระดูก ตัดหางเปียตัวเองทิ้งไปข้างหนึ่ง    มันลงไปกองบนพื้นเหมือนงูดำตัวเล็กๆ ที่ตายแหงแก๋

            พอแม่มาเห็น ท่านก็ร้องครวญคราง รีบเอากำปั้นอุดปากตัวเองด้วยเกรงว่าอาจมีใครแอบฟังที่ประตู    แม่ค้นตำรายาเป็นชั่วโมงเพื่อหาตำรับยาที่ช่วยเร่งให้ผมฉันยาวเร็วๆ      และเพื่อทำให้อารมณ์ฉันเย็นลง   ท่านปรุงซุปงูต้มผสมกับดอกเก๊กฮวยให้ฉัน  แม้มันจะอร่อยลิ้นดี แต่ก็แทบไม่มีผลตามที่หวังเลย  ด้วยความกลัดกลุ้มเป็นที่สุด   แม่เผลอไประบายกับสนมคนที่สาม  นั่นเองที่ทำให้ฉันชะตาขาด

            ครั้งนี้ พ่อไม่ได้โหวกเหวกเอ็ดตะโร   แต่กลับนิ่งขรึมอย่างสะกดกลั้นจนน่าพรั่นพรึง  สุดท้าย ท่านเรียกผู้หญิงทุกคนในตำหนักออกไปที่ลานกลางบ้าน แล้วให้คนไปบอกแม่ให้พาฉันออกไป ฉันยืนอยู่ตรงหน้าพ่อ ผู้หญิงทุกคนคุกเข่า สงบเสงี่ยม  จดจ่อรอคอย      พ่อทึ้งผมเปียข้างที่เหลือของฉันเหมือนจับหางแมว ดึงมันชูขึ้นสูงจนฉันเจ็บน้ำตาคลอ      แล้วท่านก็ตัดผมเปียของฉัน โยนมันทิ้งลงบนพื้น

            พี่น้องบางคนอ้าปากค้าง สนมคนที่สองหัวเราะคิกคัก พ่อยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้พวกนางเงียบเสียง  ผลักฉันไปหาแม่ที่ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย แล้วพูดกับทุกคนว่า

            "ข้าโชคร้ายที่เป็นพ่อของตงเจิน"   เขากล่าว "ลูกสาวที่ไร้ค่าคนนี้คอยแต่ทำตัวเสื่อมเสียด้วยพฤติกรรมต่ำช้าตลอดเวลา"   เขามองแม่แล้วพูดต่อ "มันเป็นเด็กผู้หญิงที่แก่นแก้วเกินไป อาจไม่ใช่ความผิดของมัน   แต่ถึงอย่างนั้น ข้าก็ไม่อยากเดือดร้อนกับเรื่องน่ารำคาญนี้อีกต่อไปแล้ว ตงเจินจะถูกส่งไปอยู่ญี่ปุ่น ที่บ้านคาวาชิมะ  พี่ชายร่วมสาบานของข้า มันจะไปอยู่ที่นั่น  เพื่อรับการอบรมกิริยามารยาทให้สมฐานะที่สูงส่ง  แต่ยังต้องคงความเป็นหญิงไว้   ต้องไปทำทุกอย่างในบ้านนั้นเช่นผู้หญิงคนหนึ่ง แล้วอย่าให้ข่าวคราวความระยำของเจ้ามาถึงหูข้าอีก"

            ประกาศเสร็จ พ่อก็ขี่ม้าออกจากบ้านไปพลางตะโกนสั่งคนรับใช้ที่วิ่งไล่หลังให้เร่งตามฝีเท้าม้าให้ทัน เสียงถอนใจด้วยความโล่งอกดังขึ้นในกลุ่มผู้หญิงที่เริ่มซุบซิบนินทา ทุกคนรู้ดีว่าเมื่อพ่อตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว  เขาจะกลับบ้านด้วยอารมณ์ที่ดีขึ้น   ดวงตาแม่แห้งผาก พาฉันกลับเรือน ท่ามกลางเสียงที่ไม่เป็นมิตรของบรรดาพี่สาวน้องสาวทั้งหลาย นับแต่นั้นมาฉันไม่เคยเห็นหน้าพ่ออีกเลย

            ฉันไม่อยากเชื่อว่า  ตัวเองจะถูกส่งไปอยู่ในที่แปลกถิ่นที่เรียกว่าญี่ปุ่น  "พี่ชายร่วมสาบาน" ของพ่อฟังน่ากลัวเหมือนมังกรที่ฉันเคยได้ยินในนิทานที่สนมสามเล่าให้ฟัง นางมีจินตนาการมากมายและมักฝันร้ายถึงสัตว์ประหลาดในตำนาน ฉันกลัวจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ อ้อนวอนแม่ให้หาทางช่วยฉันให้ได้อยู่กับท่านต่อ

            "แม่จ๋า ช่วยลูกด้วย     อย่าให้ลูกไปอยู่กับผู้ชายน่ากลัวคนนั้นเลยนะจ๊ะ"   ฉันอ้อนวอน  แต่แม่บอกว่า เราไม่มีทางเปลี่ยนใจพ่อได้และฉันควรทำตัวให้ดีที่สุด เพราะฉันเป็นต้นเหตุของเรื่องนี้   พอคิดว่าตัวเองต้องจากแม่ จากบ้านหลังเดียวที่รู้จักไป  ฉันใจหายวาบ  หวาดกลัวต่อสิ่งที่รออยู่ข้างหน้า แต่ก็ช่างน่าแปลกที่ในความหวาดกลัวนั้น กลับมีความตื่นเต้นปะปนอยู่ด้วย มันทำให้เลือดในตัวฉันฉีดพล่าน

            ตลอดสัปดาห์นั้น ทุกคืน ฉันนอนในอ้อมแขนแม่ซึ่งพร่ำร่ำไห้ไปจนหลับ ฉันสูดกลิ่นผมแม่ เสียใจแทนแม่ ราวกับแม่ได้สูญเสียฉันไปแล้ว

            ช่วงนั้น พ่อไม่เรียกแม่ไปที่เตียงพ่อเลยแม้สักครั้ง      เช้าจรดค่ำ แม่ยุ่งอยู่กับการเก็บของใส่หีบที่ฉันต้องเอาไปบ้านคาวาชิมะด้วย      แม่บอกว่า  คาวาชิมะ นานิวะ เป็นคนใหญ่คนโต      เป็นลูกชายของตระกูลเก่าแก่            เป็นเจ้าแห่งอาณาจักรค้าขายขนาดใหญ่และเกี่ยวข้องกับการเมืองญี่ปุ่นระดับสูง   แต่แม่ไม่รู้เรื่องผู้หญิงหรือเด็กๆ ในบ้านของเขาเลย    แม่คิดว่าคนพวกนั้นคงจะให้ความเมตตาฉัน     และฉันจะประสบความเจริญรุ่งเรือง  ต่อมาฉันถึงได้รู้ว่า       คาวาชิมะเห็นฉันเป็นเด็กสวยน่ารัก เขาเคยออกปากขอให้พ่อยกฉันให้ไปอยู่ญี่ปุ่นกับเขาตั้งแต่สองปีที่แล้ว  ก่อนที่พี่สาวคนที่สิบสามจะหักหลังฉันเสียอีก        พ่อจึงทำให้การเนรเทศฉันดูเป็นเรื่องที่สมควร ทั้งที่ความจริงคือ ไม่ว่าจะอย่างไร ฉันต้องถูกส่งไปอยู่กับคาวาชิมะอยู่ดี   ในบรรดาพี่น้องผู้หญิงสิบเก้าคน และพี่น้องผู้ชายสิบคน ฉันเป็นคนเดียวที่ถูกยกให้คนอื่น8

            ตระกูลเรามั่งคั่งร่ำรวย        มีแพรไหมล้นเหลือ    ไหนจะเครื่องกระเบื้องเคลือบเนื้อละเอียด ผ้าห่มเนื้อนุ่มสำหรับคืนฤดูหนาวและเครื่องเรือนไม้เนื้อแดงที่แกะสลักฝังงาช้างกับหยกอย่างประณีต เรามีคนรับใช้มากมาย ในคอกม้าเต็มไปด้วยม้า   ในครัวมีบะหมี่ชั้นเลิศ   มีข้าวพันธุ์ดีและเนื้อสัตว์ที่นุ่มจนแทบไม่ต้องเคี้ยว      เราไม่เคยขาดแคลนขนมเปี๊ยะหวานกับบ๊วยเคลือบน้ำตาล     กระทั่งคนรับใช้ยังได้กินเกี๊ยวไส้เนื้ออย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง  ฉันอยากรู้นักว่า ตัวเองจะได้ส่วนไหนของความมั่งคั่งหรูหรานี้ติดตัวไปกับการเดินทางพลัดบ้านต่างเมือง ฉันเป็นคนโลภ  แต่ไม่ใช่คนใจแคบ ฉันคิดว่าความโลภไม่ใช่เรื่องเลวร้าย    มันกระตุ้นให้เราพุ่งไปข้างหน้า เก่งกล้าในการดำเนินชีวิต ชีวิตจะมีความหมายอะไร   หากเราไม่มีความทะยานอยาก

            เมื่อหีบและสัมภาระต่างๆ  เริ่มถูกบรรจุด้วยผ้าลินินเนื้อดี   ผ้าไหมปักลายสวยและภาพวาดอักษรวิจิตรเป็นม้วนๆ   ซึ่งจะนำไปกำนัลครอบครัวคาวาชิมะ  ฉันเริ่มตระหนักว่าตัวเองกำลังจะจากแม่และจากบ้านไปจริงๆ 

            ในหีบที่บรรจุข้าวของของฉันนั้น  แม่บรรจงวางชามข้าวใบโปรดของฉันลงไป มีต่างหูปะการังกับต่างหูชุบเงินของแม่      เครื่องรางที่เป็นตัวผึ้งฝังในอำพัน  กล่องเครื่องเขียนหนังสลักตราประจำตระกูลกับลิ้นจี่แห้งหนึ่งกล่อง    แม่บอกว่าลิ้นจี่ช่วยบำรุงกำลัง  จะทำให้ฉันระลึกถึงแม่ไปจนกว่าจะถึงชิ้นสุดท้าย   ซึ่งเป็นเวลาที่ฉันควรจะลืมแม่ได้แล้ว ฉันถามแม่ว่า มันง่ายนักหรือกับการที่จะลืมท่าน  แม่ตอบว่า ฉันไม่เหมือนลูกสาวคนอื่นๆ มันจึงอาจไม่ใช่เรื่องยากสำหรับฉัน     ขณะที่แม่เองนั้นหัวใจแทบสลายกับการที่ฉันถูกพรากไป แม่บอกว่า แม่จะไม่มีวันลืมลูกสาวคนสวยแสนพยศคนนี้ของแม่เลย

            ฉันเก็บกล่องลิ้นจี่ล้ำค่าไว้ในกล่องเครื่องเขียน ตั้งใจแน่วแน่ว่า ต่อให้หิวโหยแค่ไหน ฉันก็จะกินมันเพียงครึ่งเดียว  ฉันจะไม่ให้ความทรงจำที่มีต่อแม่ผู้งดงามเลือนหายไปก่อนที่ฉันจะได้กลับมา

            "ลูกต้องได้กลับมาเจอแม่อีกแน่นอน ใช่ไหมจ๊ะแม่"    

              "หากชะตากรรมของลูกลิขิตไว้เช่นนั้น" แม่ตอบ "ลูกน้อย ลูกต้องกล้าหาญและจำไว้นะว่า ลมยิ่งแรงต้นไม้ยิ่งต้องแกร่งตาม"

หน้าแรก  |  สินค้า  |  เกี่ยวกับเรา  |  บทความ  |  วิธีการชําระเงิน  |  ติดต่อเรา  |  Sitemap
© 2001- . TARAD.com. All Rights Reserved.
//